ข้ามไปยังเนื้อหา
จ่ายดี
01หน้าแรกHome02เกี่ยวกับเราAbout03ติดต่อเราContact
คุยกับเราTalk to us↗

นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับบริการสินเชื่อจ่ายดี

(เวอร์ชันภาษาไทย)

(เวอร์ชันภาษาไทย)

บริษัท พิโก ชัวร์ จำกัด (PICO SURE COMPANY LIMITED) (“บริษัท” “เรา” หรือ “ของเรา”) ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นโยบายฉบับนี้อธิบายว่าเราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย เก็บรักษา และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร เมื่อท่านสมัคร ใช้ หรือจัดการบริการสินเชื่อ “จ่ายดี” ผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือช่องทางที่เกี่ยวข้องของบริษัท

นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเภทข้อมูล วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย ผู้รับข้อมูล ระยะเวลาการเก็บรักษา สิทธิของท่าน และช่องทางการติดต่อบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) และกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลของบริษัท

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล: บริษัท พิโก ชัวร์ จำกัด (PICO SURE COMPANY LIMITED)

เลขทะเบียนนิติบุคคล: 0105568236801

ผู้ให้กู้และผู้ให้บริการสินเชื่อ: บริษัท พิโก ชัวร์ จำกัด (PICO SURE COMPANY LIMITED)

ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน: บริษัท พิโก ชัวร์ จำกัด (PICO SURE COMPANY LIMITED)

ใบอนุญาต Pico: เลขที่ 1199/2569

หน่วยงานกำกับดูแล: กระทรวงการคลังของประเทศไทย

พื้นที่ให้บริการ: ให้บริการในระดับจังหวัดตามขอบเขตและเงื่อนไขของใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง

ที่อยู่: 29 อาคารวานิสสา ชั้น 25 ห้องเลขที่ 2516 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

อีเมลสำหรับการติดต่อและใช้สิทธิ: customerhelp@picosureltd.com

โทรศัพท์ฝ่ายบริการลูกค้า: 21143378

หากบทบาทของผู้พัฒนา ผู้ให้กู้ ผู้ให้บริการสินเชื่อ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะแจ้งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม

2. หลักการในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทจะเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และจะไม่ใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยไม่มีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม บริษัทอาจอาศัยฐานทางกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามลักษณะของกิจกรรม ได้แก่

(1) การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา เช่น การสมัครสินเชื่อ การยืนยันตัวตน การพิจารณาคำขอ และการให้บริการหลังการสมัคร

(2) การปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือศาล เช่น กฎหมายด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายบัญชี ภาษี กฎหมายสินเชื่อ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยบริษัทจะพิจารณาความจำเป็นและชั่งน้ำหนักผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน

(4) ความยินยอมของท่าน เมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว การตลาดบางประเภท และการโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศในกรณีที่ต้องใช้ความยินยอม

การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ดำเนินการไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอนความยินยอม อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลหรือความยินยอมดังกล่าวจำเป็นต่อบริการบางส่วน บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการส่วนนั้นได้ และจะแจ้งผลกระทบให้ท่านทราบตามความเหมาะสม

3. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลจากท่านโดยตรง จากการใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ จากเอกสารและฐานข้อมูลที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ จากบริษัทข้อมูลเครดิต หรือจากผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลอาจประกอบด้วย

3.1 ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อ

ชื่อและนามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทาง ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลการติดต่ออื่นที่ท่านให้ไว้

3.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครและการให้บริการสินเชื่อ

ข้อมูลการสมัครสินเชื่อ วงเงิน ระยะเวลา เงื่อนไขสัญญา ประวัติการชำระเงิน ยอดค้างชำระ ข้อมูลรายได้หรืออาชีพเท่าที่จำเป็นต่อการพิจารณาสินเชื่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการลูกค้า การร้องเรียน หรือข้อพิพาท

3.3 ข้อมูลบัญชีธนาคารและข้อมูลการชำระเงิน

ข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้รับเงิน ข้อมูลการเบิกจ่าย การชำระคืน และข้อมูลธุรกรรมที่จำเป็นต่อการให้บริการ โดยบริษัทจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อดำเนินการตามคำขอและสัญญาของท่าน รวมถึงป้องกันการทุจริต

3.4 ข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลการใช้งาน และข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้ง

ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงิน บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายในการป้องกันการทุจริต การฟอกเงิน และอาชญากรรมทางการเงินอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวและเพื่อคุ้มครองเงินและบัญชีของท่าน บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยและการทำงานของแอปพลิเคชัน เช่น รุ่นอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ตัวระบุแอปพลิเคชัน ที่อยู่ IP ข้อมูลบันทึกการใช้งาน เหตุการณ์ขัดข้อง และข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ของท่าน เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ของท่าน ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

การเปิดเผยข้อมูล: บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายที่ใช้บังคับ คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานผู้มีอำนาจ

3.5 ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

บริษัทอาจขอข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งเฉพาะเมื่อท่านเปิดใช้ฟังก์ชันที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าว และโดยหลักจะดำเนินการในขณะที่แอปพลิเคชันทำงานอยู่เบื้องหน้า บริษัทจะขออนุญาตผ่านระบบของอุปกรณ์ก่อนเก็บรวบรวมข้อมูล และจะไม่ติดตามตำแหน่งของท่านอย่างต่อเนื่องในเบื้องหลังเพื่อการตลาดหรือการประเมินสินเชื่อ หากท่านไม่อนุญาต ท่านอาจยังใช้ฟังก์ชันอื่นได้ แต่ฟังก์ชันที่จำเป็นต้องใช้ตำแหน่งอาจไม่สามารถทำงานได้

3.6 กล้องและเอกสาร KYC

บริษัทอาจขอสิทธิ์เข้าถึงกล้องเมื่อท่านเริ่มขั้นตอน KYC หรือขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ท่านเลือกดำเนินการเอง เพื่อให้ท่านถ่ายภาพใบหน้าและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการยืนยันตัวตน บริษัทจะไม่เปิดกล้องโดยที่ท่านไม่ทราบ และจะไม่ใช้สิทธิ์กล้องเพื่อเข้าถึงหรือสแกนรูปภาพทั้งหมดในอุปกรณ์ของท่าน การปฏิเสธสิทธิ์อาจทำให้ท่านไม่สามารถใช้ขั้นตอน KYC ผ่านกล้องได้ แต่บริษัทจะแจ้งผลกระทบและทางเลือกอื่นที่มีให้ท่านตามความเหมาะสม

3.7 บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน

หากท่านเลือกให้ข้อมูลบุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ท่านควรแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบและให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น บริษัทจะรับข้อมูลดังกล่าวจากท่านโดยตรง และจะไม่อ่านหรืออัปโหลดรายชื่อผู้ติดต่อจากสมุดโทรศัพท์ของอุปกรณ์ของท่าน

3.8 ข้อมูลชีวภาพและข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

ในกรณีที่กระบวนการยืนยันตัวตนใช้ข้อมูลใบหน้า ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งและแยกต่างหากจากความยินยอมทั่วไปก่อนเริ่มการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึงภาพใบหน้า ข้อมูลที่ใช้ในการยืนยันตัวตน และข้อมูลจากเอกสาร KYC เท่าที่จำเป็นต่อการตรวจสอบ

บริษัทจะไม่ขอข้อมูลศาสนา กรุ๊ปเลือด ประวัติอาชญากรรม หรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวอื่นใด เว้นแต่มีความจำเป็นตามกฎหมายหรือกระบวนการที่ได้รับอนุญาต และมีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม หากมีการเก็บรวบรวม บริษัทจะแจ้งรายละเอียดและขอความยินยอมแยกต่างหากก่อนดำเนินการ

4. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) สร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้

(2) ตรวจสอบตัวตนและดำเนินการ KYC/CDD

(3) รับคำขอ ประเมินคุณสมบัติ พิจารณา และดำเนินการเกี่ยวกับสินเชื่อ

(4) ดำเนินการเบิกจ่าย การชำระคืน การกระทบยอด และการให้บริการลูกค้า

(5) ติดต่อท่านเกี่ยวกับบัญชี คำขอสินเชื่อ สัญญา การชำระเงิน การร้องเรียน หรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

(6) ป้องกัน ตรวจจับ และสอบสวนการทุจริต การฟอกเงิน การใช้บริการในทางที่ผิด อาชญากรรมทางการเงิน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่

(7) ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของศาล หรือคำขอของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ

(8) ตรวจสอบข้อมูลเครดิตและประเมินความเสี่ยงเท่าที่จำเป็นต่อการพิจารณาสินเชื่อ โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งที่กฎหมายอนุญาต

(9) สร้างหรือใช้แบบจำลองความเสี่ยงและคะแนนเครดิตเพื่อช่วยในการพิจารณาสินเชื่อ การป้องกันการทุจริต หรือการบริหารพอร์ตสินเชื่อ

(10) ตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุงความปลอดภัย ความเสถียร และการทำงานของบริการ โดยใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม

(11) ดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามทวงถามหนี้ตามกฎหมาย เมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้ และเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อผู้รับจ้างหรือหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต

(12) ส่งข้อมูลข่าวสารหรือการตลาด เมื่อท่านให้ความยินยอมแยกต่างหากหรือเมื่อกฎหมายอนุญาต โดยท่านสามารถถอนความยินยอมและยกเลิกการรับการสื่อสารทางการตลาดได้

บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริการสินเชื่อโดยไม่มีความยินยอมที่เหมาะสม และการถอนความยินยอมด้านการตลาดจะไม่ทำให้บริษัทหยุดให้บริการสินเชื่อที่ท่านมีสิทธิตามสัญญา

5. การใช้ระบบอัตโนมัติและการประเมินความเสี่ยง

บริษัทอาจใช้ระบบอัตโนมัติหรือแบบจำลองเพื่อช่วยตรวจสอบตัวตน ตรวจจับการทุจริต ประเมินความเสี่ยง และพิจารณาคำขอสินเชื่อ การใช้ระบบดังกล่าวอาจมีผลต่อการอนุมัติ วงเงิน อัตรา หรือเงื่อนไขของสินเชื่อ บริษัทจะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และจะจัดให้มีช่องทางติดต่อเพื่อให้ท่านขอให้ตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

รายละเอียดทางเทคนิคของระบบป้องกันการทุจริตอาจไม่เปิดเผยทั้งหมดเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงระบบ แต่ท่านสามารถติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการใช้สิทธิ การแก้ไขข้อมูล หรือการขอให้พิจารณาเรื่องของท่านตามกระบวนการที่บริษัทกำหนด

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลอื่น

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นแก่ผู้รับข้อมูลดังต่อไปนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

(1) บริษัทและพนักงาน ตัวแทน ที่ปรึกษา หรือผู้รับจ้างของบริษัทที่จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้บริการ

(2) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคลาวด์ ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบส่งข้อความ ระบบบริการลูกค้า และระบบชำระเงิน

(3) ผู้ให้บริการตรวจสอบยืนยันตัวตน KYC/CDD หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งและขอบเขตที่บริษัทกำหนด

(4) บริษัทข้อมูลเครดิตหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อจำเป็นต่อการตรวจสอบและการให้บริการสินเชื่อ

(5) ผู้ให้กู้หรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและการให้บริการสินเชื่อ หากมี และเท่าที่จำเป็นตามความสัมพันธ์ทางกฎหมาย

(6) ผู้ให้บริการติดตามและทวงถามหนี้ที่ได้รับอนุญาต เมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้ และเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น

(7) หน่วยงานรัฐ ศาล หน่วยงานกำกับดูแล หรือบุคคลอื่นเมื่อบริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายหรือคำสั่งที่มีผลผูกพัน

(8) ผู้รับโอนสิทธิหรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับการควบรวม การปรับโครงสร้าง หรือการโอนธุรกิจของบริษัท โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

บริษัทจะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และจะไม่เปิดเผยข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการหรือหน้าที่ตามกฎหมายโดยไม่มีฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือมีหน้าที่ต้องเปิดเผยตามกฎหมายที่ใช้บังคับ คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดและต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามบทบาทของตน

7. การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ

ผู้ให้บริการบางรายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูล KYC เทคโนโลยี ระบบคลาวด์ หรือการรักษาความปลอดภัยอาจตั้งอยู่หรือประมวลผลข้อมูลนอกประเทศไทย ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการตามข้อกำหนดของ PDPA และกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยพิจารณามาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ก่อนการโอนข้อมูลที่ต้องอาศัยความยินยอม บริษัทจะแจ้งข้อมูลและขอความยินยอมแยกต่างหากตามที่กฎหมายกำหนด ท่านสามารถติดต่อบริษัทตามข้อมูลในข้อ 1 เพื่อสอบถามเกี่ยวกับประเภทข้อมูล ผู้รับข้อมูล และมาตรการคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลในขณะนั้น

8. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลการใช้งาน และข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ของท่าน เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ หรือเท่าที่กฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามกระบวนการที่เหมาะสม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย การดำเนินคดี การตรวจสอบ การป้องกันการทุจริต หรือภาระผูกพันตามสัญญา

เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่บริษัทใช้เป็นแนวทางในปัจจุบัน บริษัทจะเก็บรักษาเอกสาร KYC และข้อมูลระบุตัวตนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี และเก็บรักษาบันทึกธุรกรรมเป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาจริงให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎของหน่วยงานกำกับดูแล ประเภทของเอกสาร และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากกฎหมายกำหนดระยะเวลาที่แตกต่างหรือยาวกว่า บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลจากการยืนยันตัวตนจะถูกเก็บรักษาตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการยืนยันตัวตน การป้องกันการทุจริต ภาระผูกพันตามสัญญา และกฎหมายที่ใช้บังคับ เมื่อไม่มีความจำเป็น บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม

9. การลบบัญชีและการลบข้อมูล

ท่านสามารถขอให้ลบบัญชีและข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาตามกฎหมายได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้

(1) ช่องทางการลบบัญชีภายในแอปพลิเคชัน ตามขั้นตอนที่แสดงในแอปพลิเคชัน

(2) เว็บไซต์สำหรับส่งคำขอลบบัญชี: https://www.picosureltd.com/deregister

(3) อีเมล: customerhelp@picosureltd.com

การลบบัญชีอาจทำให้ไม่สามารถกู้คืนข้อมูล บัญชี ประวัติการสมัคร หรือสิทธิประโยชน์บางประการได้ หากท่านมีคำขอสินเชื่อที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ยอดค้างชำระ หรือข้อพิพาท บริษัทอาจต้องระงับการลบข้อมูลบางส่วนไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย สัญญา การตรวจสอบ หรือการดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ท่านยังสามารถส่งคำขอลบข้อมูลได้ และบริษัทจะแจ้งให้ทราบว่าข้อมูลใดลบได้ทันที ข้อมูลใดต้องเก็บรักษาต่อ และเหตุผลหรือระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง

10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทใช้มาตรการทางเทคนิค ทางการบริหารจัดการ และทางกายภาพที่เหมาะสมกับประเภทและความเสี่ยงของข้อมูล เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การเปลี่ยนแปลง การสูญหาย หรือการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรการอาจรวมถึงการควบคุมสิทธิ์ตามหน้าที่ การยืนยันตัวตน การบันทึกและตรวจสอบการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่งและการจัดเก็บตามความเหมาะสม การสำรองข้อมูล การจัดการช่องโหว่ และการอบรมบุคลากร

บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยตามความเหมาะสมกับเทคโนโลยี ความเสี่ยง และข้อกำหนดทางกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการรับมือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด

แม้บริษัทจะใช้มาตรการที่เหมาะสม แต่การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายหรือการจัดเก็บข้อมูลไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ บริษัทจะแจ้งข้อมูลหรือดำเนินการตามกฎหมายเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องแจ้ง และจะไม่ใช้ข้อความดังกล่าวเพื่อยกเว้นความรับผิดตามกฎหมาย

11. คุกกี้และข้อมูลทางเทคนิคของเว็บไซต์

เว็บไซต์ของบริษัทอาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อให้เว็บไซต์ทำงาน รักษาความปลอดภัย จดจำการตั้งค่า และวิเคราะห์การใช้งานเท่าที่จำเป็น บริษัทจะจัดการคุกกี้ตามการตั้งค่าของเว็บไซต์และข้อกำหนดของกฎหมาย ท่านสามารถจัดการคุกกี้ผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ได้ แต่อาจทำให้เว็บไซต์บางส่วนทำงานได้ไม่สมบูรณ์

12. สิทธิของท่าน

ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ท่านอาจมีสิทธิดังต่อไปนี้

(1) สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

(2) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(3) สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อไม่มีเหตุให้เก็บรักษาต่อ

(4) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลในบางกรณี

(5) สิทธิขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลในรูปแบบที่กฎหมายกำหนด

(6) สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่กฎหมายให้สิทธิ รวมถึงการตลาดทางตรง

(7) สิทธิถอนความยินยอมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด โดยการถอนความยินยอมไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ดำเนินการโดยชอบก่อนการถอน

(8) สิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจ หากเห็นว่าการประมวลผลของบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย

หากท่านต้องการใช้สิทธิ โปรดติดต่อ customerhelp@picosureltd.com หรือโทรศัพท์ 21143378 บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและป้องกันการเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง บริษัทจะพิจารณาและตอบคำขอตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถดำเนินการได้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลและสิทธิในการดำเนินการต่อไปตามความเหมาะสม

13. การติดต่อและข้อร้องเรียน

หากท่านมีคำถาม ข้อกังวล แจ้งเหตุผิดปกติ หรือประสงค์จะใช้สิทธิ โปรดติดต่อบริษัทดังนี้

บริษัท พิโก ชัวร์ จำกัด (PICO SURE COMPANY LIMITED)

ที่อยู่: 29 อาคารวานิสสา ชั้น 25 ห้องเลขที่ 2516 ซอยชิดลม ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

โทรศัพท์: 21143378

อีเมล: customerhelp@picosureltd.com

เว็บไซต์: https://www.picosureltd.com/

เมื่อส่งคำขอ โปรดระบุชื่อ ชื่อบัญชี ช่องทางติดต่อ รายละเอียดคำขอ และข้อมูลอ้างอิงที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น บริษัทอาจติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลสำหรับตรวจสอบคำขอ

14. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการ เทคโนโลยี กฎหมาย หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทจะแสดงวันที่มีผลบังคับใช้และจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม นโยบายฉบับปรับปรุงจะมีผลตั้งแต่วันที่ระบุไว้ในนโยบาย

โปรดตรวจสอบนโยบายฉบับนี้เป็นระยะเพื่อรับทราบแนวทางล่าสุดของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

จ่ายดี

บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าใจคุณ
รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส
Personal lending that understands you.
Fast, secure, and transparent.

ลิงก์ด่วนQuick Links

หน้าแรกเกี่ยวกับเราติดต่อเรา

ติดต่อเราContact

021143378

customerhelp@picosureltd.com

© 2026 PICO SURE LTD. สงวนลิขสิทธิ์

เลขทะเบียนนิติบุคคล: 0105568236801